Startup Thailand Deep Tech
Venture 2026:
Deep Tech ไทย บนเวทีโลก
ถอดรหัสความสำเร็จและการเดินทางของสตาร์ตอัป Deep Tech สัญชาติไทย ในกิจกรรม Japan Market Discovery 2026 ภายใต้โครงการ Startup Thailand Deep Tech Venture 2026
เมื่อนวัตกรรมไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศ
ในยุคที่การเติบโตของธุรกิจไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขผลกำไรระยะสั้นอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่สามารถเข้าไปแก้ปัญหาสำคัญระดับโลกได้จริง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จึงได้เดินหน้าผลักดันโครงการ Startup Thailand Deep Tech Venture 2026 นำทัพ 10 สตาร์ตอัปสาย Deep Tech ของไทย บินลัดฟ้าสู่ประเทศญี่ปุ่นในกิจกรรม Japan Market Discovery 2026 เพื่อพิสูจน์ศักยภาพนวัตกรรมไทยในตลาดปราบเซียนที่ขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดในโลก การเดินทางในครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงนวัตกรรมไทยเข้ากับระบบนิเวศ (Ecosystem) ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ผ่าน 3 กลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก
กลุ่มเทคโนโลยีแห่งความยั่งยืน (Sustainability)
กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เข้าร่วมเดินทางถึง 5 โครงการ โดยมุ่งเน้นไปที่การตอบโจทย์มาตรการสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมวนเวียน (Circular Economy) ที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังผลักดันอย่างหนัก เริ่มต้นด้วย Nano Coating Tech Co., Ltd. นวัตกรรมสารเคลือบนาโนสำหรับแผงโซลาร์ สิ่งทอ และสิ่งก่อสร้าง ซึ่งเข้ามาตอบรับกับการขยายตัวของแผง Solar Cell ในญี่ปุ่นได้อย่างถูกเวลา จุดเด่นคือการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและช่วยลดการใช้แรงงานในการทำความสะอาดแผง ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจากพันธมิตรญี่ปุ่นในการร่วมทดสอบเทคโนโลยี (PoC) แล้ว
ถัดมาคือ Cleantech and Beyond Co., Ltd. ผู้พัฒนาฉลากอัจฉริยะเพื่อการติดตามอุณหภูมิแบบไร้สายผ่านเทคโนโลยี RFID, NFC และ QR Code ตอบโจทย์อุตสาหกรรมญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับระบบการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) และโลจิสติกส์อาหาร โดยปัจจุบันมีลูกค้าญี่ปุ่นอยู่ระหว่างทำ PoC เพื่อขยายผลสู่ระดับภูมิภาค ขณะที่ Circularis เป็นสตาร์ตอัปที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเปลี่ยนขยะหมดอายุการใช้งานอย่างแผงโซลาร์เซลล์ให้กลับกลายเป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง สอดรับกับกฎระเบียบการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ในญี่ปุ่นอย่างตรงจุด ปัจจุบันกำลังหารือเพื่อทำ PoC ในขั้นต่อไปและมีโอกาสสูงในการจัดตั้งกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ในญี่ปุ่น
นอกจากนี้ยังมี GREEN PAW INNOVATIONS CO., LTD. ที่เข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงด้วยทรายแมว “Cattery Care” จากนวัตกรรมกราฟีน (Graphene) ควบคู่กับการใช้วัตถุดิบเหลือทิ้งจากกากเต้าหู้ในอุตสาหกรรมอาหาร ตอบรับเทรนด์ Green Consumerism ในตลาดญี่ปุ่นที่มีมูลค่ามหาศาล และปิดท้ายกลุ่มนี้ด้วย Re-bonding Co., Ltd. นวัตกรรมสารเคลือบชีวภาพเพื่อการอนุรักษ์กระดาษ มีคุณสมบัติเด่นในการกันน้ำและความชื้น โดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เจาะตลาดการอนุรักษ์วัฒนธรรม (Cultural Preservation) ของญี่ปุ่น เช่น ประตูโบราณ เอกสาร และภาพวาดล้ำค่า ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีมูลค่าสูงและต้องการเทคโนโลยีเชิงลึก โดยปัจจุบันมีแผนร่วมทำ PoC กับพันธมิตรท้องถิ่นแล้ว
กลุ่มเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Tech)
เมื่อประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีด้านการป้องกัน สุขภาพ และความปลอดภัยของอาหาร จึงเป็นสิ่งที่มีความต้องการสูง โดยมี 3 สตาร์ตอัปไทยเข้าร่วมท้าทายในตลาดนี้ รายแรกคือ Innophytotech Co., Ltd. แพลตฟอร์มเทคโนโลยีเอนไซม์ขั้นสูงที่เปลี่ยนน้ำตาลจากพืชและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (Bioactives) ให้กลายเป็นส่วนผสมเชิงฟังก์ชันมูลค่าสูง (Functional Ingredient) ช่วยลดน้ำตาลและเปลี่ยนเป็น Prebiotic ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบผลิตภัณฑ์ร่วมกับคู่ค้าในญี่ปุ่น
รายที่สองคือ Detectra Biotechnology แพลตฟอร์มตรวจวิเคราะห์ด้านสุขภาพและความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) ซึ่งตอบโจทย์มาตรฐานความปลอดภัยทั้งสินค้าในประเทศและสินค้านำเข้าของญี่ปุ่นอย่างพอดิบพอดี โดยทีมงานได้ร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นมาตั้งแต่ช่วงพัฒนาผลิตภัณฑ์และมีแผนทดสอบการใช้งานจริงร่วมกับบริษัทเอกชนญี่ปุ่นแล้ว และรายสุดท้ายคือ Innofalcon Co., Ltd. นวัตกรรมแปรสภาพถั่งเช่าสู่อุตสาหกรรมสุขภาพ (Advancing Functional Health with Cordyceps) มุ่งเน้นคุณสมบัติการเพิ่มภูมิคุ้มกันและความสดชื่น ตรงความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพในญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการจับคู่กับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อทดสอบผลิตภัณฑ์ต่อไป
กลุ่มเทคโนโลยีด้านอาหาร (Food Tech)
ญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำด้านวัฒนธรรมอาหารและความพิถีพิถัน สตาร์ตอัปไทยในกลุ่มนี้จึงต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเข้ามาพิชิตใจผู้บริโภค เริ่มด้วย MUI Robotics Co., Ltd. สตาร์ตอัปสายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่พัฒนา “Sensory AI” โดยใช้เซนเซอร์และปัญญาประดิษฐ์เลียนแบบประสาทสัมผัสของมนุษย์ในการตรวจวัดและจำแนกกลิ่นอย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดเรื่องการควบคุมคุณภาพ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่ายและเริ่มเปิดการเจรจาธุรกิจเบื้องต้นกับทางพันธมิตรที่ญี่ปุ่นแล้วเพื่อนำไปสู่ผลในเชิงพาณิชย์
และอีกหนึ่งรายคือ Plant Origin Food Co., Ltd. กับนวัตกรรมเปลี่ยน “รำข้าว” ให้เป็นโปรตีนคุณภาพสูง ตอบรับกระแสโปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) ที่กำลังเติบโตทั่วโลก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพันธมิตรญี่ปุ่นในการเตรียมทำ PoC เพื่อการจำหน่ายสินค้าและร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศญี่ปุ่นต่อไป
ตัวเลขความสำเร็จและการเชื่อมต่อระบบนิเวศ (Ecosystem)
การเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นในครั้งแรกนี้ สตาร์ตอัปไทยไม่ได้ไปเพียงเพื่อโชว์ผลงาน แต่เกิดการเจรจาและสร้างแรงกระเพื่อมในเครือข่ายธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรมหลัก 3 ส่วนด้วยกันคือ:
บทสรุปและก้าวต่อไปในปี 2026
แม้ว่าภาพรวมความสำเร็จในแง่ของตัวเลขการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการตอบรับเข้าทำ PoC ของการเดินทางครั้งแรกจะออกมาน่าประทับใจ แต่ความท้าทายที่แท้จริงยังอยู่ข้างหน้า ปัจจุบันโครงการยังคงอยู่ในช่วง “รอประเมินผลลัพธ์เชิงลึกขั้นสุดท้าย” เนื่องจากสตาร์ตอัปทั้งหมดเพิ่งเสร็จสิ้นการเดินทางไปร่วมงานครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 24 – 30 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นเด่นชัดจากโครงการนี้คือ Deep Tech ของไทยไม่ได้เป็นรองใครในเวทีโลก สตาร์ตอัปไทยสามารถนำจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพและวัตถุดิบการเกษตร (Bio-resources) มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อตอบโจทย์จิ๊กซอว์ที่ขาดหายไปของประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอย่างญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว และนี่คือบทพิสูจน์ว่าในอนาคตอันใกล้ Deep Tech ไทย จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนและเปลี่ยนโลกใบนี้ได้อย่างแน่นอน