IPT2026-002 Global Startup Hub 2026-4

กลไกในการส่งเสริมผู้ประกอบการในการเข้าถึงตลาดภาครัฐและการลงทุน

จากเวทีเสวนาในงาน SITE 2026 สู่การสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัปไทย “เข้าถึงตลาดได้จริง”

การมีนวัตกรรมที่ดีอาจเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ แต่การทำให้นวัตกรรมนั้นถูกนำไปใช้จริงและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญเข้ามาสนับสนุน ทั้ง ตลาด ความเชื่อมั่น เงินทุน และเครือข่ายทางธุรกิจ

สำหรับ ผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัป หนึ่งในโจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียง “จะพัฒนา Product อย่างไร” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นสามารถเข้าสู่ตลาดและถูกนำไปใช้จริง”

เพราะแม้ผู้ประกอบการจะสามารถพัฒนา Product หรือ Solution ที่ตอบโจทย์ปัญหาได้ แต่เส้นทางจาก Product สู่ตลาดยังมีข้อจำกัดอีกหลายด้าน ตั้งแต่การหาลูกค้ารายแรก การสร้างความเชื่อมั่น การเข้าถึงตลาดภาครัฐ ไปจนถึงการหาเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจและก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ

ประเด็นดังกล่าวได้รับการแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนา “กลไกในการส่งเสริมผู้ประกอบการในการเข้าถึงตลาดภาครัฐและการลงทุน” ภายในงาน SITE 2026 โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.สุรอรรถ ศุภจตุรัส รองผู้อำนวยการด้านการเงินนวัตกรรม NIA, คุณปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA และ ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง ZTRUS ร่วมสะท้อนมุมมองจากทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจต่อการปลดล็อกข้อจำกัดของผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัปไทย

เวทีดังกล่าวสะท้อนทิศทางการทำงานของ NIA ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างกลไกที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ได้เพียง “มีนวัตกรรม” แต่สามารถ นำ Innovation ไปเชื่อมต่อกับ Marketและเปลี่ยนศักยภาพของนวัตกรรมให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจได้จริง

ตลาดภาครัฐ: โอกาสสำคัญที่ต้องปลดล็อก

สำหรับผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัป การมี Product ที่ดีไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเข้าสู่ตลาดได้ทันที โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายคือตลาดภาครัฐ ซึ่งมีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและข้อกำหนดที่แตกต่างจากตลาดทั่วไป

คุณปริวรรต วงษ์สำราญ มองว่า หนึ่งในคอขวดสำคัญอยู่ที่ธรรมชาติของ Product ของสตาร์ตอัป ซึ่งมักมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจาก Feedback และการใช้งานจริง ขณะที่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจำเป็นต้องกำหนดรายละเอียดและสิ่งที่จะส่งมอบอย่างชัดเจน ทำให้ธรรมชาติของนวัตกรรมกับกระบวนการจัดซื้อยังไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างราบรื่น

ดังนั้น การเปิดตลาดภาครัฐจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการพาผู้ประกอบการเข้าไปพบหน่วยงาน แต่ต้องเตรียมความพร้อมทั้งสองด้าน ตั้งแต่การพัฒนา Product ให้มีความพร้อม การสร้างมาตรฐานที่ได้รับการรับรอง ไปจนถึงการทำให้หน่วยงานสามารถนำ Innovation ไปใช้งานได้จริงในราคาและเงื่อนไขที่เหมาะสม

เมื่อทั้งผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐมีความพร้อมมากขึ้น ตลาดภาครัฐก็สามารถกลายเป็น First Market ที่ช่วยสร้างโอกาสและแรงส่งให้กับผู้ประกอบการนวัตกรรมไทย

สร้าง Trust ก่อนสร้างยอดขาย

อีกหนึ่งข้อจำกัดสำคัญในการนำ Innovation เข้าสู่ตลาดคือ “ความเชื่อมั่น” หรือ Trust

สำหรับหน่วยงานภาครัฐ การนำเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ใหม่มาใช้งานจำเป็นต้องพิจารณาว่า Innovation นั้นสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ มีมาตรฐานเพียงพอหรือไม่ และสามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามที่คาดหวังหรือไม่

ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัปเองก็ต้องการพื้นที่ในการพิสูจน์ว่า Product หรือ Solution ของตนสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้

ดร.สุรอรรถ ศุภจตุรัส ชี้ให้เห็นว่า การยอมรับในตัวสินค้าและบริการนวัตกรรมถือเป็นหนึ่งในคอขวดสำคัญของการเข้าสู่ตลาดภาครัฐ เพราะหากหน่วยงานสามารถทดลองใช้และเกิดความเชื่อมั่นได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดไปสู่การจัดซื้อและขยายตลาดได้มากขึ้น

นี่จึงเป็นที่มาของกลไก Market Expansion ที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐทดลองใช้สินค้าและบริการนวัตกรรม โดย NIA สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเพื่อให้เกิดการใช้งานจริงเป็นระยะเวลา 1 ปี

หัวใจของกลไกนี้จึงไม่ใช่เพียงการทำให้เกิด “การซื้อ” แต่คือการสร้าง Proof of Use หรือหลักฐานจากการใช้งานจริง เมื่อหน่วยงานได้ทดลองใช้ เห็นประสิทธิภาพ และเกิดความเชื่อมั่น ก็มีโอกาสนำไปสู่การจัดซื้อในระยะต่อไป

ในมุมนี้ ภาครัฐจึงสามารถทำหน้าที่เป็น First Customer ของผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัป ช่วยสร้างทั้งประสบการณ์จากการใช้งานจริง Reference และความน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดกับลูกค้ารายอื่นได้

 

เชื่อมกลไกจัดซื้อ ให้ Innovation เข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น

นอกจาก Market Expansion แล้ว ยังมีกลไกอย่าง บัญชีนวัตกรรม ที่ช่วยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐสามารถจัดซื้อผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไทยผ่านช่องทางที่เหมาะสมมากขึ้น รวมถึงกลไก THAI SME-GP ที่เป็นระบบฐานข้อมูลและกลไกสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ไทยสามารถเข้าถึงตลาดการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของผู้ประกอบการในตลาดภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม การมีผลิตภัณฑ์อยู่ในบัญชีหรือการมีกลไกสนับสนุนด้านการจัดซื้อเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะการสร้างตลาดนวัตกรรมในระยะยาวจำเป็นต้องทำให้เกิดGovernment Procurement for Innovation หรือระบบจัดซื้อจัดจ้างที่เข้าใจและรองรับธรรมชาติของนวัตกรรม

NIA จึงให้ความสำคัญกับ Government Procurement Transformation (GPT) เพื่อสร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงระหว่าง Solution Provider ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัป กับหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนสร้างกระบวนการที่ช่วยให้การนำสินค้าและบริการนวัตกรรมเข้าสู่การใช้งานเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ

เมื่อกลไกเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อกันได้ ตลาดภาครัฐก็จะไม่ได้เป็นเพียง “ตลาดหนึ่ง” ของผู้ประกอบการ แต่สามารถเป็นพื้นที่สำหรับสร้าง Traction, Reference และความน่าเชื่อถือ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป

 

จากการเข้าถึงตลาด สู่การเข้าถึงเงินทุน

เมื่อผู้ประกอบการสามารถพิสูจน์ Product และเริ่มมีตลาดแล้ว ความท้าทายถัดไปคือ เงินทุนสำหรับการ Scale

เส้นทางของสตาร์ตอัปไม่ได้สิ้นสุดเมื่อสามารถสร้าง Product-Market Fit แต่ในช่วงที่ธุรกิจเริ่มเติบโต ผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้เงินทุนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับการขยายทีม พัฒนาเทคโนโลยี เพิ่มกำลังการผลิต ขยายตลาด และสร้างความสามารถในการแข่งขัน

ช่องว่างในช่วงดังกล่าวเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ถูกพูดถึงในเวที โดยเฉพาะช่วงที่ธุรกิจต้องก้าวผ่าน Valley of Death จากธุรกิจที่เริ่มพิสูจน์ตลาดแล้วไปสู่การ Scale ในระดับที่ใหญ่ขึ้น

NIA จึงกำลังยกระดับบทบาทด้านเงินทุนจาก Granter สู่ Investor ผ่านแนวคิด NIA Ventureเพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านเงินทุนให้กับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยเฉพาะในช่วง Late Seed และ Series A ขึ้นไป

ขณะเดียวกัน การทำงานร่วมกับ VC/CVC และการ Co-investment ยังเป็นแนวทางที่ช่วยแบ่งปันความเสี่ยงและดึงเงินทุนจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมไทย

ดังนั้น เส้นทางของผู้ประกอบการจึงไม่ได้มีเพียง Market Access แต่ต้องเดินคู่ไปกับ Capital Access เพื่อให้ธุรกิจสามารถนำ Traction ที่สร้างขึ้นมาต่อยอดสู่การ Scale ได้

ไม่ใช่แค่ “เงิน” แต่ต้องเป็น Smart Money

สำหรับผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัป การระดมทุนไม่ได้หมายความว่า “มีเงินแล้วจบ” เพราะนักลงทุนแต่ละรายสามารถนำสิ่งที่แตกต่างกันเข้ามาสนับสนุนธุรกิจ ทั้งความรู้ ประสบการณ์ เครือข่าย และความเข้าใจตลาด

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม สะท้อนมุมมองว่า ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับ Smart Money หรือเงินลงทุนที่มาพร้อมกับประสบการณ์และศักยภาพในการช่วยให้ธุรกิจเติบโต โดยเฉพาะ VC ที่มีประสบการณ์ในการ Scale และมี Connection ในตลาดต่างประเทศ

ในมุมนี้ บทบาทของภาครัฐจึงสามารถเป็นมากกว่าการเติมเงินทุน แต่คือการช่วยสร้าง “แต้มต่อ” ให้กับผู้ประกอบการ ผ่านการลดความเสี่ยงและสร้างแรงจูงใจให้ VC ที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมลงทุน

เมื่อเงินทุนจากภาครัฐสามารถทำงานร่วมกับเงินทุน ความรู้ และเครือข่ายจากภาคเอกชนได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัปไทยสามารถก้าวจากการเติบโตในตลาดภายในประเทศไปสู่การ Scale ในระดับภูมิภาค

 

จากตลาดไทย สู่ตลาดโลก

เมื่อผู้ประกอบการมี Product ที่พร้อม มีลูกค้า มี Reference และมีเงินทุนสำหรับการ Scale แล้ว โอกาสต่อไปคือการขยายธุรกิจไปสู่ ตลาดต่างประเทศ

การไป Global จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการนำสินค้าไปขายในต่างประเทศ แต่ต้องเข้าใจตลาดเป้าหมาย สร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรในพื้นที่ และสามารถเชื่อมต่อกับ Ecosystem ที่เหมาะสม

NIA จึงเดินหน้ากลไก Scale Up to Global และ Global Startup Hub เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับหน่วยงานพันธมิตร นักลงทุน เครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศ

อีกแนวคิดที่ถูกเสนอจากเวทีเสวนาคือ Global Innovation Ambassador ซึ่งสามารถเข้ามาช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับ Connection ในตลาดต่างประเทศ และลดช่องว่างระหว่างการสร้าง Connection กับการนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจจริง

เพราะการพาผู้ประกอบการไปต่างประเทศไม่ควรจบเพียงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า หรือการทำ Business Matching แต่ควรต่อยอดไปสู่ Partnership ลูกค้า รายได้ และการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

 

SITE 2026: เมื่อ Innovation ต้องเดินทางไปถึง Market

เมื่อมองภาพรวมของเวทีเสวนาใน SITE 2026 จะเห็นได้ว่าโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัปไทยในวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่การสร้าง Innovation เพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง เส้นทางจาก Innovation ไปสู่ Market

นี่จึงเป็นอีกมิติหนึ่งที่ SITE 2026 ต้องการสะท้อน เพราะการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแรงไม่ได้หมายถึงการมีผู้ประกอบการจำนวนมาก หรือมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจจำนวนมากเท่านั้น แต่ต้องสามารถสร้างพื้นที่ให้ Innovation พบกับ Market, Capital และ Business Opportunity

เส้นทางดังกล่าวสามารถมองได้ตั้งแต่

พัฒนา Innovation → ทดลองใช้จริง → สร้าง Trust → เข้าถึง First Customer → สร้าง Traction → เข้าถึง Investment → Scale → ขยายสู่ Global Market

แต่ละขั้นจึงต้องมี “กลไก” ที่เข้ามาช่วยปลดล็อกข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

ตลาดภาครัฐช่วยสร้างโอกาสในการเป็น First Customer
Market Expansion ช่วยให้เกิดการทดลองใช้งานและสร้าง Proof of Use
บัญชีนวัตกรรมและกลไกด้านการจัดซื้อช่วยเปิดช่องทางเข้าสู่ตลาด
Government Procurement Transformation ช่วยสร้างระบบที่เอื้อต่อการจัดซื้อ Innovation
NIA Venture และ Co-investment ช่วยเติม Capital ในช่วง Scale
ขณะที่ Scale Up to Global และ Global Startup Hub ช่วยเชื่อมต่อผู้ประกอบการเข้าสู่ Global Ecosystem

ทั้งหมดจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Growth Pathway ให้กับผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัปไทย

จาก “มีนวัตกรรม” สู่ “มีตลาด” และเติบโตได้จริง

สิ่งที่เวทีเสวนาใน SITE 2026 สะท้อนอย่างชัดเจน คือการผลักดันผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัปในวันนี้ ไม่ควรหยุดอยู่ที่การสนับสนุนให้เกิด Product หรือการให้ทุนในช่วงเริ่มต้น แต่ต้องมองต่อไปว่า นวัตกรรมนั้นจะไปถึงตลาดได้อย่างไร และธุรกิจจะเติบโตต่อไปได้อย่างไร

เพราะสำหรับผู้ประกอบการแล้ว การมี Product คือจุดเริ่มต้น
การมีลูกค้าคือการพิสูจน์ตลาด
การมี Traction คือแรงส่งของธุรกิจ
การมี Investment คือพลังสำหรับการ Scale
และการมี Global Connection คือโอกาสในการเติบโตออกไปนอกประเทศ

บทบาทของ NIA จึงกำลังมุ่งสู่การสร้างระบบที่เชื่อมโยงองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเดินทางจาก “Innovation” ไปสู่ “Market” และจาก “Market” ไปสู่ “Growth”

เพราะเป้าหมายของการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ไม่ใช่เพียงการทำให้ประเทศไทยมีผู้ประกอบการนวัตกรรมและสตาร์ตอัปที่มีศักยภาพ แต่คือการทำให้ผู้ประกอบการเหล่านั้น เข้าถึงตลาดได้จริง มีเงินทุนสำหรับการเติบโต สามารถ Scale ธุรกิจ และสร้าง Impact ได้ทั้งในประเทศไทยและตลาดโลก

จากนวัตกรรมที่ตอบโจทย์
สู่ตลาดที่พร้อมเปิดรับ
จากผู้ประกอบการที่พร้อมเติบโต
สู่ธุรกิจไทยที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก

Shopping Basket