33

เปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาส: 3 นวัตกรรมคนรุ่นใหม่

จากเวที Startup Thailand League 2026

เวที Startup Thailand League 2026 ซึ่งจัดโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กำลังก้าวข้ามการเป็นเพียงสนามแข่งขันของนักศึกษา สู่การเป็นพื้นที่สำคัญในการผลักดันองค์ความรู้ งานวิจัย และความคิดสร้างสรรค์จากรั้วมหาวิทยาลัยให้สามารถพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์และธุรกิจที่ตอบโจทย์ตลาดได้จริง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรม และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรกรรม

ความน่าสนใจของการแข่งขันในปีนี้ไม่ได้อยู่เพียงการนำเสนอเทคโนโลยีที่แปลกใหม่ แต่คือการที่แต่ละทีมสามารถเริ่มต้นจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริง แล้วนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาพัฒนาเป็นทางออกที่มีโอกาสต่อยอดเชิงธุรกิจได้ ตั้งแต่การพัฒนาวัสดุและผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรม การยกระดับเทคโนโลยีสิ่งทอ ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคเกษตรกรรม โดย 3 ทีมที่โดดเด่นจากรอบชิงชนะเลิศสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่กำลังนำนวัตกรรมเข้ามาสร้างมูลค่าใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทย

LuXene: เปลี่ยนของเสียให้เป็นนวัตกรรมหล่อลื่นสำหรับอุตสาหกรรมสีเขียว

รางวัลชนะเลิศตกเป็นของ ทีม LuXene จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในกลุ่มเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ Deep Tech กับการพัฒนาน้ำมันหล่อลื่นชีวภาพสำหรับภาคอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิด Waste-to-Value ที่มุ่งเปลี่ยนของเสียจากภาคอุตสาหกรรมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง

หนึ่งในโจทย์สำคัญของภาคการผลิตคือการลดการพึ่งพาทรัพยากรฟอสซิลและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่น้ำมันหล่อลื่นยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการผลิตในโรงงาน LuXene จึงนำของเสียที่มีไขมันจากอุตสาหกรรม เช่น วัตถุดิบจากปาล์มน้ำมัน มาพัฒนาเป็นน้ำมันหล่อลื่นชีวภาพ โดยในระยะแรกมุ่งเน้นไปที่กลุ่มน้ำมันตัดสำหรับงานโลหะ

จุดเด่นของ LuXene อยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาช่วยออกแบบโครงสร้างในระดับโมเลกุล ทำให้สามารถปรับคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่นให้เหมาะสมกับเครื่องจักรและรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ยังมีคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่โดดเด่น โดยสามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้สูงถึง 69.2 เปอร์เซ็นต์ และมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำกว่า 0.30 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อลิตร ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ผลิตจากปิโตรเลียม

นวัตกรรมของ LuXene จึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้างน้ำมันหล่อลื่นทางเลือก แต่เป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าใหม่จากทรัพยากรที่มีอยู่ เปลี่ยนของเสียให้เป็นวัตถุดิบ และเชื่อมโยงงานวิจัยเข้ากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปสู่การผลิตที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

urformance: เทคโนโลยีสิ่งทอที่ออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้น

อีกหนึ่งผลงานที่น่าสนใจคือ ทีม Siberian จาก มหาวิทยาลัยมหิดล ผลงาน urformance ซึ่งคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โดยนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสิ่งทอมาพัฒนาเสื้อผ้าที่ตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่

ปัญหาสำคัญของเสื้อผ้าที่ใช้ในสภาพอากาศร้อนและชื้นคือการสะสมของเหงื่อ ความอับชื้น และกลิ่นไม่พึงประสงค์ urformance จึงพัฒนาโครงสร้างผ้าแบบสองชั้นที่ช่วยจัดการความชื้น โดยชั้นหนึ่งทำหน้าที่ดึงเหงื่อออกจากผิวหนัง ขณะที่อีกชั้นช่วยกระจายความชื้นและเร่งการระเหยออกสู่ภายนอก ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกแห้งและสบายมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการผสานเทคโนโลยีแคปซูลกลิ่นหอมขนาดเล็กที่สามารถปล่อยกลิ่นเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวและการเสียดสี รวมถึงคุณสมบัติด้านการป้องกันรังสี UV การยับยั้งแบคทีเรีย และการลดกลิ่นอับ ทำให้เสื้อผ้าสามารถรองรับการใช้งานได้มากกว่าการเป็นเพียงชุดสำหรับออกกำลังกาย

แนวคิด “One Outfit All Day” จึงสะท้อนการออกแบบผลิตภัณฑ์จากความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยมุ่งสร้างเสื้อผ้าที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตั้งแต่การออกกำลังกายในช่วงเช้าไปจนถึงกิจกรรมอื่นในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสของการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งทอมาสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ไทย และเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมสิ่งทอด้วยนวัตกรรม

BNNK: ย่นเวลาสร้างแก่นไม้กฤษณา เพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตร

สำหรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม BNNK ฟาร์มไม้หอมกฤษณาบ้านนาน้ำเค็ม จาก มหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งนำองค์ความรู้มาพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับภาคเกษตรกรรม โดยมุ่งแก้ปัญหาสำคัญของการผลิตไม้กฤษณา นั่นคือระยะเวลาในการสร้างแก่นไม้ที่ยาวนาน

ไม้กฤษณาเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการในตลาดน้ำหอม เครื่องหอม และผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม แต่กระบวนการสร้างแก่นไม้ตามธรรมชาติอาจต้องใช้เวลานานถึง 6–7 ปี ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนในการดูแลและรอผลผลิตเป็นเวลานานBNNK จึงพัฒนาสารกระตุ้นการสร้างเรซิ่นสำหรับต้นกฤษณา เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการสร้างแก่นไม้ให้เหลือประมาณ 2 ปี

นอกจากการลดระยะเวลาแล้ว นวัตกรรมยังมุ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต โดยช่วยรักษาสภาพเนื้อไม้และลดปัญหาที่อาจเกิดจากกระบวนการกระตุ้นแบบดั้งเดิม ขณะเดียวกันยังช่วยให้สามารถคาดการณ์การเกิดน้ำมันหอมระเหยและคุณภาพของแก่นไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แต่เป็นการลดข้อจำกัดด้านเวลา ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญของเกษตรกร เมื่อระยะเวลาการผลิตลดลง เกษตรกรย่อมมีโอกาสวางแผนการผลิตและรายได้ได้ดีขึ้น และสามารถเพิ่มโอกาสในการผลิตไม้กฤษณาคุณภาพสูงเพื่อรองรับตลาดในเอเชียและตะวันออกกลาง

กรณีของ BNNK จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่าเทคโนโลยีสามารถเข้ามายกระดับภาคเกษตรกรรมได้ตั้งแต่ต้นน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทรัพยากรหรืออัตลักษณ์ของท้องถิ่น แต่เป็นการนำองค์ความรู้เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าให้กับสิ่งที่เกษตรกรมีอยู่แล้ว

 

จาก 3 นวัตกรรม สู่ภาพอนาคตเศรษฐกิจไทย

จากผลงานของทั้ง 3 ทีมนั้น จะเห็นได้ว่าแม้จะมาจากคนละสาขาและแก้ปัญหาคนละด้าน แต่มีจุดร่วมสำคัญคือการนำองค์ความรู้มาสร้าง “มูลค่าใหม่” ให้กับเศรษฐกิจไทย

LuXene แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Deep Tech ในการเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมสีเขียว urformance แสดงให้เห็นว่าการวิจัยและเทคโนโลยีสิ่งทอสามารถนำมาสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ ขณะที่ BNNK แสดงให้เห็นว่าองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สามารถช่วยลดข้อจำกัดของภาคเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้มากขึ้น

ทั้ง 3 ทีมสามารถสะท้อนเส้นทางจาก องค์ความรู้ → นวัตกรรม → ผลิตภัณฑ์ → ธุรกิจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลักดันงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการออกสู่ตลาด เพราะนวัตกรรมที่มีคุณค่าไม่ได้หยุดอยู่ที่การคิดค้นสิ่งใหม่ แต่ต้องสามารถนำไปใช้งานจริง แก้ปัญหาให้ผู้คน และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้

ความสำเร็จจากเวที Startup Thailand League 2026 จึงเป็นมากกว่าการประกาศผลการแข่งขัน แต่เป็นภาพสะท้อนของศักยภาพคนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในการสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศไทย จากมหาวิทยาลัยที่เป็นแหล่งผลิตองค์ความรู้ สู่การเป็นพื้นที่บ่มเพาะผู้ประกอบการที่สามารถนำความรู้ไปสร้างธุรกิจจริง

ในวันที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างเศรษฐกิจ ความสามารถในการสร้างมูลค่าจากองค์ความรู้จึงจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และ 3นวัตกรรมจากเวที Startup Thailand League 2026 กำลังแสดงให้เห็นว่า จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงนั้นอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด เพียงแค่รั้วมหาวิทยาลัยที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ลงมือสร้างและเปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจริง

การขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศในวันนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “เราจะขายอะไรในตลาดใหม่” แต่เริ่มจากคำถามที่สำคัญกว่านั้นว่า “ตลาดนั้นกำลังเผชิญกับปัญหาอะไร และเทคโนโลยีของเราสามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่”

Shopping Basket